ทุกเรื่องของ IOST ตั้งแต่ซื้อครั้งแรกจนถึง Layer 2
คู่มือ · อ่าน 12 นาที

วิธีซื้อเหรียญ IOST ด้วยเงินบาท ทีละขั้นตอน

คนไทยซื้อ IOST ได้ตรงที่สุดผ่าน Bitkub คู่ IOST/THB บนศูนย์ที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ฝากเงินบาทด้วย PromptPay แล้วซื้อบนกระดานเทรด ถ้าประเทศคุณไม่มีคู่ IOST ให้ใช้เส้นทางคริปโต แล้วถอนโดยเลือกเครือข่ายและเมโมให้ถูก

ลิงก์ไปยัง CEX.IO กระดานเทรดคริปโตที่เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2013 และจดทะเบียนกับ FinCEN ของสหรัฐฯ ที่นั่นไม่มี IOST จึงเริ่มจากคริปโตแล้วค่อยสวอป

CEX.IO ไม่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย การซื้อขายบนศูนย์ซื้อขายที่ได้รับอนุญาต เช่น Bitkub อาจได้สิทธิ์ยกเว้นภาษีกำไรจากการขาย แต่การซื้อขายบนแพลตฟอร์มอื่นไม่ได้สิทธิ์นี้

ภารกิจซื้อเหรียญ IOST1/4

เลือกศูนย์ซื้อขาย

คนไทยเริ่มที่ Bitkub คู่ IOST/THB ซึ่งได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ประเทศอื่นใช้ศูนย์ในประเทศที่มี IOST เช่น Coincheck หรือ OKJ ในญี่ปุ่น Upbit ในเกาหลี Bittime หรือ Indodax ในอินโดนีเซีย ถ้าไม่มีเลยค่อยวางเส้นทางคริปโต

ในหน้านี้
  1. คำตอบสั้น ๆ
  2. ขั้นที่ 1: เลือกศูนย์ซื้อขาย
  3. เส้นทางซื้อแยกตามประเทศ
  4. เส้นทางคริปโต
  5. ขั้นที่ 2: ยืนยันตัวตนและฝากเงิน
  6. ซื้อด่วน vs กระดานเทรด
  7. ขั้นที่ 3: ตั้งคำสั่งซื้อ
  8. ขั้นที่ 4: ถอนเข้ากระเป๋า
  9. ขาย IOST และถอนเป็นเงินบาท
  10. ความผิดพลาดที่พบบ่อย
  11. คำถามที่พบบ่อย

คำตอบสั้น ๆ

การซื้อ IOST มีอยู่สี่จังหวะ คือเลือกศูนย์ซื้อขายที่มีเหรียญนี้ ยืนยันตัวตนแล้วฝากเงิน ซื้อ IOST บนกระดานเทรด และถ้าอยากเก็บเหรียญเอง ก็ถอนเข้ากระเป๋าเงินพร้อมเมโมที่ถูกต้อง การ์ดภารกิจด้านบนสรุปทั้งสี่ด่านไว้แล้ว ส่วนที่เหลือของคู่มือนี้จะอธิบายว่าแต่ละด่านต้องตัดสินใจอะไร เพราะเงินมักหายตรงจุดเหล่านั้น

สำหรับคนไทย เส้นทางหลักแทบไม่ต้องคิดมาก Bitkub เปิดคู่ IOST/THB มาตั้งแต่ 27 พ.ย. 2018 เป็นคู่เทรดรุ่นแรก ๆ ของศูนย์ และเป็นกระดานเงินบาทเพียงแห่งเดียวสำหรับ IOST ที่เราพบ คุณฝากเงินบาทด้วย PromptPay ซื้อ แล้วจะถือไว้ในศูนย์หรือถอนออกก็ได้ ศูนย์ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ซึ่งมีผลต่อทั้งความคุ้มครองและสิทธิยกเว้นภาษีกำไร หลักคิดเดียวกันใช้ได้ทั่วเอเชีย คือเริ่มจากศูนย์ในประเทศที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินโดนีเซียก็มีศูนย์ในประเทศที่มีตลาด IOST ส่วนเวียดนามและไต้หวันไม่มี คนที่นั่นจึงมักใช้เส้นทางคริปโตผ่านศูนย์ระดับโลก

สองเรื่องที่คู่มือนี้จะไม่ทำคือ บอกราคาสดและบอกว่าควรซื้อหรือไม่ หน้าราคา IOST แสดงตลาดแบบเรียลไทม์ และหน้าความเสี่ยงตอบคำถามที่ไม่ค่อยมีใครอยากถาม IOST ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดเมื่อมกราคม 2018 มากกว่า 99% และขึ้นลงแรงได้ภายในไม่กี่วัน คนไทยบางกลุ่มแซวว่าเป็น “เหรียญยาย” เพราะกราฟเดินช้า แต่ช่วงที่มันวิ่งก็วิ่งแรงจริง ซื้อเฉพาะเงินที่เสียได้เท่านั้น

ขั้นที่ 1: เลือกศูนย์ซื้อขาย

ก่อนสมัครที่ไหน ให้ถามตัวเองสามข้อ ศูนย์นี้ได้รับใบอนุญาตหรือจดทะเบียนในประเทศที่คุณอาศัยอยู่หรือไม่ มีคู่ IOST กับสกุลเงินที่คุณฝากได้จริงหรือไม่ และตลาดคึกคักพอให้คำสั่งจับคู่ใกล้ราคาที่เห็นหรือเปล่า ศูนย์ที่ตกข้อแรกอาจอายัดบัญชีคุณ หรือทำให้คุณผิดกฎในประเทศ ส่วนศูนย์ที่ตกข้อสามจะเก็บเงินคุณเงียบ ๆ ผ่านสเปรดที่กว้าง

ในไทย ข้อแรกตรวจได้ง่าย ก.ล.ต. มีหน้าตรวจสอบใบอนุญาตออนไลน์ และรายชื่อศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตมีเจ็ดแห่ง ได้แก่ WaanX, Gulf Binance (Binance TH), TDX, Upbit Thailand, Z.comEX, Bitkub และ Orbix Trade ในกลุ่มนี้ เราพบ IOST แค่สามแห่ง และใช้งานได้จริงสองแห่ง แพลตฟอร์มต่างชาติที่ไม่มีใบอนุญาตเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ก.ล.ต. ประกาศให้ปิดกั้นการเข้าถึง Bybit, OKX, CoinEx, XT.COM และ 1000X ตั้งแต่ 28 มิ.ย. 2025 ส่วน KuCoin Thailand ไม่ปรากฏในรายชื่อของ ก.ล.ต. ที่เราตรวจ และไม่มีคู่ IOST ด้วย

ถ้าประเทศของคุณมีศูนย์ในประเทศที่มี IOST ให้ใช้ที่นั่น ศูนย์รับโอนเงินสกุลท้องถิ่น ใช้กฎคุ้มครองนักลงทุนในประเทศ และประกาศฝากถอนก็เขียนมาเพื่อคุณ ถ้าไม่มี ทางเลือกถัดไปคือศูนย์ในประเทศที่ขายคริปโตด้วยเงินท้องถิ่น แล้วย้ายคริปโตไปศูนย์ระดับโลกที่มี IOST ตารางเปรียบเทียบศูนย์ซื้อขาย IOST รวบรวมทุกศูนย์แยกตามประเทศ พร้อมคู่เทรดและสภาพคล่องเชิงเปรียบเทียบ และคู่มือรายประเทศลงลึกเรื่องกฎหมายในแต่ละที่

ปริมาณซื้อขาย IOST ส่วนใหญ่อยู่ในศูนย์ระดับโลก Binance มีกระดาน IOST ที่ลึกที่สุด OKX, Gate, MEXC, KuCoin, Bitget และ HTX ก็มีตลาด IOST เช่นกัน ส่วน Bybit มีแค่สัญญา Perpetual ของ IOST ไม่มีตลาด Spot จึงซื้อเหรียญจริงแล้วถอนออกไม่ได้ ความลึกของกระดานไม่ได้แปลว่าเหมาะกับทุกคน หลายแห่งในกลุ่มนี้โดน FSA ญี่ปุ่นส่งหนังสือเตือน บางแห่งถูกปิดกั้นในไทย และไม่มีแห่งใดได้ใบอนุญาตในเวียดนามหรือจดทะเบียนในไต้หวัน

เส้นทางซื้อแยกตามประเทศ

ตารางนี้คือจุดเริ่มต้นที่ใช้ได้จริงในแต่ละตลาดที่เราติดตาม เราระบุชื่อศูนย์ ไม่ได้ตัดสินว่าใครดีที่สุด สภาพคล่องและค่าธรรมเนียมเปลี่ยนได้ตลอด เปิดหน้าประเทศที่ลิงก์ไว้อ่านก่อนสมัคร

คนในแต่ละตลาดมักซื้อ IOST ที่ไหน
ตลาดเส้นทางในประเทศคู่เทรดถ้าไม่สะดวก
ไทยBitkub (ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต.)IOST/THBBinance TH คู่ IOST/USDT
ญี่ปุ่นจดทะเบียนกับ FSA: Coincheck, OKJ, BitTrade, Binance JapanIOST/JPYอยู่กับศูนย์ในประเทศ ศูนย์ต่างชาติที่โดน FSA เตือนไม่ใช่ทางเลือก
เกาหลีใต้Upbit, Bithumb, CoinoneIOST/KRW (Upbit มีคู่ BTC ด้วย)Upbit มีกระดานวอนที่ลึกที่สุด
อินโดนีเซียBittime, Indodax (กำกับโดย OJK)IOST/IDRTokocrypto คู่ IOST/USDT
เวียดนามยังไม่มีศูนย์ที่ได้รับอนุญาต—ซื้อคริปโตผ่าน P2P แล้วไปซื้อ IOST ที่ต่างประเทศ (เสี่ยงผิด Decree 284)
ไต้หวันไม่มีศูนย์ในประเทศที่ลิสต์ IOST—แลก TWD เป็นคริปโตที่ MAX หรือ BitoPro แล้วไปซื้อ IOST ที่ต่างประเทศ

อ้างอิงทะเบียนหน่วยงานกำกับและ API ของศูนย์ คู่ IOST ถูกเพิ่มและถอดได้เสมอ เช็กซ้ำที่ศูนย์ก่อนใช้งาน

ไทย: Bitkub ก่อน Binance TH เป็นตัวสำรอง

Bitkub มีคู่ IOST/THB มาตั้งแต่ 27 พ.ย. 2018 และเป็นกระดานเงินบาทเพียงแห่งเดียวสำหรับ IOST ที่เราพบ ในข้อมูลรีเสิร์ชของเรา ปริมาณซื้อขายของกระดานนี้มากกว่ากระดานเงินเยนแต่ละแห่งในญี่ปุ่นราวสิบเท่า แต่ก็ยังห่างจาก Binance และ Upbit มาก คุณฝากเงินด้วย PromptPay QR หรือโอนจากบัญชีธนาคารไทยชื่อตัวเอง เช่น กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กรุงไทย กรุงเทพ หรือกรุงศรี ตามข้อมูลที่มี การฝากเงินบาทไม่มีค่าธรรมเนียม

ทางเลือกที่สองคือ Binance TH ของ Gulf Binance ซึ่งได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. เช่นกัน ที่นี่ไม่มีคู่ IOST/THB มีแค่คู่คริปโต คุณจึงต้องซื้อคริปโตด้วยเงินบาทก่อน แล้วค่อยแลกเป็น IOST ซึ่งเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มหนึ่งรอบ Upbit Thailand มีคู่ BTC-IOST อยู่ในรายการก็จริง แต่ในข้อมูลที่เราตรวจไม่มีการซื้อขายเลย ถือว่าเป็นตลาดที่ตายแล้ว ส่วน Orbix, WaanX, TDX และ Z.comEX เราตรวจไม่ได้เพราะไม่พบ API สาธารณะ

ทำไมต้องอยู่กับศูนย์ที่มีใบอนุญาต เหตุผลที่จับต้องได้ที่สุดคือภาษี กำไรจากการขายคริปโตผ่านศูนย์ นายหน้า หรือดีลเลอร์ที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการโอนตั้งแต่ 1 ม.ค. 2025 ถึง 31 ธ.ค. 2029 แพลตฟอร์มต่างชาติ P2P และ DeFi ไม่ได้สิทธินี้ ก่อนสมัคร Bitkub ควรอ่านรีวิว Bitkub ของเรา เพราะประวัติด้านธรรมาภิบาลของศูนย์เป็นเรื่องที่ควรรู้

ญี่ปุ่น

มีศูนย์ที่จดทะเบียนกับ FSA สี่แห่งที่รองรับ IOST ได้แก่ Coincheck (แห่งแรก ตั้งแต่ 8 ก.ย. 2020), OKJ, BitTrade และ Binance Japan โดย Coincheck และ OKJ มีกระดาน IOST/JPY ส่วน BITPOINT และ CoinTrade ถอด IOST ไปช่วงฤดูร้อนปี 2026 บทความเก่าที่ยังแนะนำสองแห่งนี้จึงล้าสมัยแล้ว IOST ยังอยู่ใน green list ของ JVCEA ด้วย สำหรับคนที่อาศัยในญี่ปุ่น คำแนะนำตรงไปตรงมาคือใช้หนึ่งในสี่ศูนย์ที่จดทะเบียน และใช้กระดานเทรดแทนหน้าซื้อด่วน รีวิว Coincheck อธิบายค่าธรรมเนียมและจุดแปลก ๆ ของแอปไว้ละเอียด

เกาหลีใต้

Upbit เปิดตลาด KRW-IOST ตั้งแต่ 25 ก.ค. 2018 และมีตลาด BTC-IOST ด้วย เป็นแหล่งซื้อขาย IOST ใหญ่อันดับสองของโลกรองจาก Binance Bithumb มีกระดาน IOST/KRW ที่เล็กกว่าแต่ยังคึกคัก ส่วน Coinone บางมาก Upbit ต้องยืนยันชื่อจริงแบบเกาหลีและผูกบัญชี K Bank จึงใช้ได้เฉพาะคนที่อาศัยในเกาหลี รีวิว Upbit อธิบายเรื่องถอน IOST ฟรีและประวัติด้านความปลอดภัย

อินโดนีเซีย

IOST อยู่ในรายชื่อสินทรัพย์ที่ซื้อขายได้ของ CFX ศูนย์ที่มีใบอนุญาตจึงเปิดให้เทรดได้ Bittime มีกระดาน IOST/IDR ที่ลึกที่สุด Indodax ก็มี IOST/IDR แต่แทบไม่มีการซื้อขาย และ Tokocrypto มีคู่คริปโต การขายบนแพลตฟอร์มในประเทศเสียภาษีเงินได้แบบสุดท้าย 0.21% เทียบกับ 1% บนแพลตฟอร์มต่างประเทศ รีวิว Indodax เล่าเรื่องการโดนแฮ็กปี 2024 และเหตุผลที่เราชี้ไปที่ Bittime เรื่องความลึกของกระดาน

เวียดนามและไต้หวัน

ทั้งสองตลาดไม่มีศูนย์ในประเทศที่มี IOST ในเวียดนาม รีเสิร์ชของเรายังไม่พบใบอนุญาตศูนย์นำร่องที่ออกจริง และ Decree 284 กำหนดค่าปรับ 30–50 ล้านดอง สำหรับนักลงทุนในประเทศที่เทรดบนแพลตฟอร์มที่กระทรวงการคลังไม่ได้อนุญาต คนส่วนใหญ่ยังซื้อคริปโตผ่าน P2P แล้วไปซื้อ IOST บนศูนย์ระดับโลก แต่ควรรู้ว่ามีความเสี่ยงทางกฎหมาย ในไต้หวัน คนมักซื้อคริปโตด้วย TWD บนแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนกับ FSC เช่น MAX หรือ BitoPro แล้วไปแลกเป็น IOST ในศูนย์ต่างประเทศที่ไม่ได้จดทะเบียนในไต้หวัน รีวิว Binance อธิบายเส้นทางนี้และข้อจำกัดของมัน

เส้นทางคริปโตทำงานอย่างไร

สเตเบิลคอยน์คือสกุลกลางของตลาด IOST คู่ IOST ที่ยังเปิดซื้อขายบน Binance มีแค่ IOST/USDT และศูนย์ระดับโลกส่วนใหญ่ก็ตั้งราคา IOST แบบเดียวกัน ถ้าซื้อ IOST ด้วยเงินท้องถิ่นไม่ได้ คุณก็ซื้อคริปโตก่อนแล้วค่อยแลก ขั้นเพิ่มนี้ทำให้เสียค่าเทรดอีกหนึ่งครั้งและค่าโอนอีกหนึ่งรอบ นี่คือเหตุผลที่เส้นทางในประเทศมักชนะ เมื่อมีให้เลือก สำหรับคนไทยที่มี Bitkub อยู่แล้ว เส้นทางนี้มักจำเป็นก็ต่อเมื่ออยากใช้กระดานที่ลึกกว่า หรืออยากได้ IOST แบบ BEP-20

เส้นทางสองต่อสู่ IOST

เงินท้องถิ่นหรือบัตรโอนธนาคาร P2P หรือบัตร
ซื้อคริปโตบนศูนย์ที่รับเงินของคุณ
ส่งคริปโตไปศูนย์ที่มี IOST
ซื้อ IOSTตั้ง Limit บนกระดานเทรด
ถอนL1 พร้อมเมโม หรือ BEP-20

จะซื้อคริปโตที่ไหนขึ้นอยู่กับเงินที่คุณถือ ศูนย์ในไทยอย่าง Bitkub และ Binance TH ขายคริปโตด้วยเงินบาท ซึ่ง ก.ล.ต. เพิ่มสเตเบิลคอยน์เข้าในรายการคริปโตที่อนุญาตตั้งแต่ปี 2025 ในอินโดนีเซียก็ซื้อด้วยรูเปียห์ได้ ในไต้หวันใช้ MAX หรือ BitoPro ในเวียดนามนิยม P2P ถ้าอยากจ่ายด้วยบัตร CEX.IO เป็นศูนย์ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2013 ให้ซื้อคริปโตด้วย Visa, Mastercard, Apple Pay หรือ Google Pay แต่ต้องเข้าใจให้ชัดว่ามันคืออะไร CEX.IO ไม่มี IOST ไม่ให้บริการในญี่ปุ่น ผู้ใช้ในเอเชียทำสัญญากับ CEX OVRS LLC ที่เนวิส ซึ่งไม่มีใบอนุญาตในเอเชีย และไม่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย กำไรจากแพลตฟอร์มแบบนี้จึงไม่ได้สิทธิยกเว้นภาษี บัตรถูกตัดเงินเป็น USD, EUR หรือ GBP บัตรเงินบาทจึงต้องผ่านการแปลงสกุลของธนาคารผู้ออกบัตร

ด่านแรก: เตรียมคริปโต

ถ้าจะไปซื้อ IOST บนศูนย์ระดับโลก ต่อแรกคือซื้อคริปโตด้วยบัตร แล้วค่อยย้ายไปศูนย์ที่มี IOST

เริ่มจากคริปโต

CEX.IO ไม่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย การซื้อขายบนศูนย์ซื้อขายที่ได้รับอนุญาต เช่น Bitkub อาจได้สิทธิ์ยกเว้นภาษีกำไรจากการขาย แต่การซื้อขายบนแพลตฟอร์มอื่นไม่ได้สิทธิ์นี้

ยังมีอีกเส้นทางที่ซับซ้อนกว่า ตั้งแต่อัปเกรด IOST 3.0 เหรียญ IOST มีอยู่ในรูปโทเคน BEP-20 บน BNB Chain ด้วย สัญญาคือ 0xAf48B7e315a52518CfBF7d96C455D9dFAD94cB48 บางคนซื้อ BNB ส่งเข้ากระเป๋า BNB Chain อย่าง MetaMask แล้วแลกเป็น IOST แบบ BEP-20 บน DEX วิธีนี้ใช้ได้ แต่เป็นจุดที่โดนหลอกง่ายที่สุด โทเคนปลอมชอบใช้ชื่อ IOST และมีแค่สัญญาข้างบนเท่านั้นที่เป็นของจริง หลายศูนย์ เช่น Coincheck และ Upbit รับเฉพาะ IOST บนเครือข่าย L1 ของตัวเอง จึงฝาก IOST แบบ BEP-20 เข้าไปตรง ๆ ไม่ได้ ฝั่ง Bitkub เราก็ยังยืนยันไม่ได้ว่ารองรับ BEP-20 อ่านคู่มือ IOST 3.0 ก่อนลอง

ขั้นที่ 2: ยืนยันตัวตนและฝากเงิน

ศูนย์ที่มีใบอนุญาตทุกแห่งจะให้ยืนยันตัวตนก่อนฝากเงิน เตรียมบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต เซลฟีหรือวิดีโอ และหลักฐานที่อยู่ คนไทยยืนยันตัวตนบน Bitkub ด้วยบัตรประชาชนผ่าน NDID หรือ Dip-Chip ซึ่งทำได้แม้แต่ที่ 7-Eleven ส่วนชาวต่างชาติที่อาศัยในไทยใช้พาสปอร์ตที่เหลืออายุเกิน 3 เดือน คู่กับเอกสารพำนัก เช่น บัตร ท.ร.13 ใบอนุญาตทำงาน หรือวีซ่า Non-immigrant หรือ Smart visa และยืนยันผ่าน NFC ของ e-passport พร้อมเอกสารเพิ่มอีกหนึ่งอย่างได้ ในญี่ปุ่น Coincheck ใช้ eKYC บนสมาร์ตโฟนกับบัตรประจำตัวญี่ปุ่น ในเกาหลี Upbit ผูกบัญชีกับบัญชี K Bank ชื่อจริง การอนุมัติใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่นาทีถึงหลายวัน จึงควรทำไว้ก่อนวันที่อยากซื้อ

ช่องทางฝากเงินขึ้นอยู่กับประเทศ ผู้ใช้ไทยจ่ายผ่าน PromptPay QR หรือโอนจากบัญชีชื่อตัวเอง ฝั่ง Binance TH ใช้ QR แบบใช้ครั้งเดียว ครั้งละ 100 ถึง 4 ล้านบาท ศูนย์ในญี่ปุ่นรับโอนธนาคาร Coincheck ฝากผ่านธนาคารฟรี ยกเว้นค่าธรรมเนียมฝั่งธนาคารของคุณ ส่วนฝากผ่านร้านสะดวกซื้อหรือฝากด่วนเสีย 770 เยนสำหรับยอดต่ำกว่า 30,000 เยน ศูนย์เกาหลีรับเงินวอนจากธนาคารที่ผูกไว้ และ Upbit ฝากวอนฟรี ศูนย์อินโดนีเซียรับโอนธนาคารหรือ virtual account หลายแห่งรับ QRIS หรือ e-wallet ด้วย บัตรเครดิตหาได้ยากบนศูนย์ท้องถิ่นในเอเชีย ซึ่งเป็นเหตุผลที่เส้นทางบัตรไปคริปโตยังมีคนใช้

ภาพสามมิติบัตรชำระเงินสีม่วง แทนช่องทางธนาคารและบัตรที่ใช้เติมเงินเพื่อซื้อ IOST

เงินเข้าถูกที่สุด เงินออกก็ต้องถูกที่สุด

การโอนเงินสกุลของตัวเองจากธนาคาร เช่น PromptPay เข้า Bitkub แทบทุกครั้งถูกที่สุดสำหรับการซื้อ IOST บัตรและช่องทางสะดวกซื้อเร็วกว่า แต่ค่าธรรมเนียม ค่าแปลงสกุล และวงเงินที่ต่ำกว่ากินกำไรของการซื้อจำนวนน้อย อย่าลืมคิดถึงทางออกด้วย เพราะวันหนึ่งคุณจะอยากถอนกลับเข้าธนาคารเดิม

กับดักเฉพาะของไทยที่ต้องรู้ บัญชี Bitkub ที่อนุมัติตั้งแต่ 1 ม.ค. 2025 ถูกระงับการถอนคริปโตตั้งแต่ 3 ก.พ. 2025 จนกว่าจะยืนยันตัวตนเพิ่มเติมให้ครบ ถ้าวางแผนจะโอน IOST ออกจาก Bitkub ไป Binance หรือกระเป๋าส่วนตัว ให้ทำ KYC ทุกระดับตั้งแต่แรก อย่ารอให้ถึงวันที่ตลาดวิ่งแล้วค่อยมาเจอว่าถอนไม่ได้

ซื้อด่วน (販売所) vs กระดานเทรด (取引所): ทำไม IOST เหรียญเดียวกันถึงแพงกว่าในอีกหน้าจอ

ศูนย์ในญี่ปุ่นมักมีสองทางให้ซื้อเหรียญเดียวกัน และความต่างนี้คือสิ่งที่มือใหม่พลาดแล้วเสียเงินมากที่สุด 販売所 (ฮันไบโจ) คือหน้าซื้อด่วนแบบดีลเลอร์ คุณซื้อจากศูนย์ในราคาที่ศูนย์ตั้ง ไม่เห็นค่าธรรมเนียม ส่วน 取引所 (โทริฮิกิโจ) คือกระดานเทรด คุณซื้อขายกับผู้ใช้คนอื่นในราคาที่พวกเขาตั้ง และจ่ายค่าธรรมเนียมเล็ก ๆ ที่ประกาศชัดเจน แอป Coincheck ตั้งค่าเริ่มต้นไว้ที่ 販売所 คุณต้องสลับเองถ้าอยากใช้กระดาน หลักนี้ใช้ได้กับทุกแอปที่มีปุ่ม “ซื้อทันที” แยกจากหน้ากระดานเทรด

ดีลเลอร์

ซื้อด่วน (販売所)

ซื้อขายกับใคร
ตัวศูนย์เอง
ค่าธรรมเนียมเทรด
ไม่แสดง
ต้นทุนแฝง
สเปรด ราว 0.1–5.0% ที่ Coincheck
เหมาะกับ
ซื้อนิดเดียวแบบกดครั้งเดียว
VS
Order book

กระดานเทรด (取引所)

ซื้อขายกับใคร
ผู้ใช้คนอื่น
ค่าธรรมเนียมเทรด
Coincheck 0.05% maker, 0.10% taker
ต้นทุนแฝง
สเปรดของกระดาน บางครั้งบาง
เหมาะกับ
การซื้อ IOST แทบทุกครั้ง

ลองดูตัวอย่างเป็นตัวเลข สมมติคุณซื้อ IOST มูลค่า 10,000 เยน ถ้าสเปรดของ 販売所 ตอนนั้นอยู่ที่ 3% เงินราว 300 เยนคือกำไรของดีลเลอร์ บน 取引所 คำสั่งแบบ taker เสีย 0.10% หรือประมาณ 10 เยน บวกช่องว่างระหว่างราคาเสนอซื้อและเสนอขายที่ดีที่สุด ทำแบบนี้ทุกเดือนครบปี หน้าซื้อด่วนจะกินเงินคุณมากกว่าหลายพันเยน Coincheck เองบอกว่าสเปรดของ 販売所 เปลี่ยนตามสภาพตลาด และสำหรับบางเหรียญระบุช่วง 1.7% ถึง 7.0%

สำหรับคนไทย ภาพจะต่างออกไปเล็กน้อย IOST/THB บน Bitkub เป็นกระดานเทรด ค่าธรรมเนียมตามหน้าค่าธรรมเนียมของศูนย์คือ 0.25% เท่ากันทั้งฝั่งตั้งรอและฝั่งเคาะ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณซื้อ 3,000 บาท ค่าธรรมเนียมจะประมาณ 7.50 บาท แต่ในข้อมูลรีเสิร์ชของเรา สเปรดของกระดานนี้กว้างกว่า 1% ถ้าคุณเคาะ Market ทันที ช่องว่างนี้อาจกินเงินหลายสิบบาท มากกว่าค่าธรรมเนียมเสียอีก กระดานเงินเยนของ IOST ก็บางเช่นกัน ในวันเงียบ ๆ ช่องว่างอาจเกินหนึ่งเปอร์เซ็นต์ และคำสั่ง Market ก้อนใหญ่อาจไต่ขึ้นไปหลายระดับราคา ทางแก้คือคำสั่งแบบ Limit ซึ่งอธิบายในขั้นถัดไป

ขั้นที่ 3: ตั้งคำสั่งซื้อ

เปิดตลาด IOST ในสกุลเงินของคุณ (IOST/THB, IOST/JPY, KRW-IOST, IOST/IDR หรือ IOST/USDT) แล้วดูกระดานก่อนพิมพ์อะไร คุณต้องเห็นราคาเสนอขายที่ดีที่สุด ราคาเสนอซื้อที่ดีที่สุด และจำนวน IOST ที่รออยู่ในแต่ละราคา ถ้าราคาเสนอขายแถวบนสุดรองรับคำสั่งคุณได้แค่บางส่วน คำสั่ง Market จะไปกินส่วนที่เหลือในราคาที่แย่กว่า คำสั่ง Limit ที่ตั้งเท่ากับหรือสูงกว่าราคาเสนอขายแถวแรกเล็กน้อย จะได้ของส่วนใหญ่ในราคาที่คุณเลือก และยกเลิกส่วนที่เหลือได้

เช็กขั้นต่ำด้วย กระดาน IOST/THB ของ Bitkub มีคำสั่งขั้นต่ำ 10 บาท ส่วนกระดาน IOST-JPY ของ OKJ มีขั้นต่ำ 10 IOST ค่าธรรมเนียมแสดงบนหน้าจอสั่งซื้อ อัตราที่ประกาศไว้ ได้แก่ Bitkub 0.25% ตามหน้าค่าธรรมเนียม, Coincheck 0.05% maker และ 0.10% taker บน IOST/JPY และ Binance 0.10% ในระดับผู้ใช้ทั่วไป หลังจับคู่แล้ว เปิดยอดคงเหลือดูว่า IOST เข้ามาครบ ถ้าอยากรู้ว่าจำนวนนั้นคิดเป็นเงินบาทเท่าไหร่ ใช้เครื่องมือแปลง IOST เป็นบาทได้เลย

ขั้นที่ 4: ถอนเข้ากระเป๋าเงิน (หรือไม่ถอนก็ได้)

คุณไม่จำเป็นต้องถอน การเก็บ IOST ไว้ในศูนย์ที่มีใบอนุญาตเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลสำหรับจำนวนไม่มาก และบางศูนย์ยังจ่ายแอร์ดรอป IOST 3.0 เป็นงวด ๆ ให้คนที่ถือไว้ในศูนย์ ทั้ง Bitkub, Coincheck, BitTrade และ Upbit ต่างแจกให้ผู้ถือ ถ้าคุณอยากเก็บเหรียญเอง การถอนคือด่านที่เสี่ยงที่สุดของภารกิจนี้ ค่อย ๆ ทำ

อย่างแรก เลือกเครือข่าย IOST แท้อยู่บนเชน IOST L1 ที่ใช้ชื่อบัญชีอ่านออกได้ยาว 5 ถึง 11 ตัวอักษรแทนที่อยู่ ส่วน IOST แบบ BEP-20 อยู่บน BNB Chain และใช้ที่อยู่ขึ้นต้นด้วย 0x Coincheck และ Upbit ถอนได้เฉพาะ L1 Binance รองรับทั้งสองเครือข่าย ค่าถอน 1 IOST บน L1 และ 29 IOST บน BEP-20 ฝั่ง Bitkub เราคาดว่าเป็น L1 พร้อมเมโม แต่ยังยืนยันจากหน้าทางการไม่ได้ และศูนย์แจ้งว่าค่าถอนคริปโตปรับวันละหลายรอบ คือ 12:00, 16:00, 21:00 และ 00:00 น. ตามเวลาไทย กระเป๋าเงินเป็นตัวกำหนดเครือข่าย iWallet Pro หรือ TokenPocket สำหรับ L1 และ MetaMask หรือ Trust Wallet สำหรับ BEP-20 ข้อควรรู้คือบัญชี L1 ต้องถูกสร้างโดยบัญชีที่มีอยู่แล้ว และค่าตั้งต้นราว 11.6 IOST สำหรับแก๊สที่วางค้ำไว้และ RAM

อย่างที่สอง เมโม ศูนย์ซื้อขายรับ IOST บน L1 เข้าบัญชีฝากรวมบัญชีเดียว แล้วใช้เมโมแยกว่าเป็นของลูกค้าคนไหน ถ้าโอนเข้าศูนย์โดยไม่ใส่เมโม เงินอาจกู้คืนไม่ได้ ส่วนการโอนเข้ากระเป๋าตัวเองมักไม่ต้องใส่ คู่มือโอน IOST ของเราอธิบายเรื่องเมโม ค่าธรรมเนียม ปัญหาลืมใส่เมโม และเช็กลิสต์ก่อนโอน ก่อนย้ายก้อนใหญ่ ให้โอนทดสอบจำนวนน้อยแล้วเช็กในIOST explorer

ขาย IOST และถอนเป็นเงินบาท

การขายก็คือภารกิจซื้อแบบย้อนกลับ ถ้า IOST อยู่ในกระเป๋าเงิน ให้ส่งกลับเข้าศูนย์ในประเทศที่มีคู่เงินบาท โดยใช้เครือข่ายที่ศูนย์รองรับและใส่เมโมของศูนย์สำหรับ L1 ขายบนกระดานด้วยคำสั่ง Limit แล้วถอนเงินบาทเข้าบัญชีธนาคารไทยที่เป็นชื่อคุณเอง ศูนย์ในไทยไม่ยอมให้ถอนเข้าบัญชีคนอื่น มีรายงานว่า Bitkub คิดค่าถอนเงินบาทราว 20 บาทเมื่อถอนเข้ากสิกรไทย ธนาคารอื่นเป็นอัตราขั้นบันได และถอนได้สูงสุด 2,000,000 บาทต่อครั้ง ตัวเลขเหล่านี้มาจากข้อมูลรอง ควรเช็กในแอปอีกที ในต่างประเทศ Coincheck คิดค่าถอนเงินเยน 407 เยน และ Upbit คิดค่าถอนวอน 1,000 วอน

ถ้าซื้อผ่านเส้นทางคริปโต ทางออกมักเป็นแบบเดียวกัน คือขาย IOST เป็นคริปโตบนศูนย์ระดับโลก ส่งคริปโตกลับมาที่แพลตฟอร์มในประเทศ แล้วขายเป็นเงินท้องถิ่นที่นั่น ทุกต่อมีค่าธรรมเนียมและมีโอกาสเลือกเครือข่ายผิด จึงควรทำเส้นทางให้สั้นที่สุด

ภาษีเป็นส่วนหนึ่งของทางออก ในไทย กฎกระทรวงฉบับที่ 399 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 5 ก.ย. 2025) ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรจากการขายคริปโตผ่านศูนย์ นายหน้า หรือดีลเลอร์ที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ช่วงปี 2025–2029 (พ.ศ. 2568–2572) ไม่ครอบคลุมแพลตฟอร์มต่างประเทศหรือที่ไม่มีใบอนุญาต P2P DeFi และนิติบุคคล ในญี่ปุ่น กำไรคริปโตโดยทั่วไปเป็นรายได้เบ็ดเตล็ด (雑所得) เสียภาษีรวมสูงสุดประมาณ 55% ในเกาหลี มีกำหนดเก็บภาษี 22% สำหรับกำไรเกิน 2.5 ล้านวอนในปี 2027 แต่ยังมีการถกเรื่องเลื่อนอีกรอบ อินโดนีเซียเก็บภาษีสุดท้าย 0.21% สำหรับการขายในประเทศ และกรอบกฎหมายเวียดนามกำหนด 0.1% ต่อการโอนบนผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต หน้าประเทศแต่ละหน้าลิงก์ไปที่หน่วยงานภาษี ทั้งหมดนี้ไม่ใช่คำแนะนำด้านภาษี

ความผิดพลาดที่ทำให้คนซื้อ IOST เสียเงิน

มาสคอตผีถือป้ายเตือนมิจฉาชีพ เตือนคนซื้อ IOST ให้เช็กโทเคนและเมโมให้ดีเช็กเมโม แล้วเช็กซ้ำอีกรอบ!

เคาะ Market บนกระดานบาง ๆ กระดาน IOST ในเงินบาท เยน และรูเปียห์อาจตื้น คำสั่ง Market ก้อนใหญ่อาจได้ราคาสูงกว่าที่เห็นไปไกล ใช้คำสั่ง Limit และแบ่งซื้อเป็นไม้ ๆ

ใช้หน้าซื้อด่วนจนเคยชิน ในญี่ปุ่น 販売所 เป็นค่าเริ่มต้นของแอปส่วนใหญ่ และสเปรดของมันคือจุดที่การซื้อจำนวนน้อยเสียเงินมากที่สุด สลับไปใช้ 取引所

เครือข่ายผิด ลืมเมโม ส่ง IOST แบบ BEP-20 ไปศูนย์ที่รองรับแค่ L1 หรือฝาก L1 โดยไม่ใส่เมโม คือสองเรื่องเสียเงินคลาสสิก Coincheck ระบุชัดว่ายกเลิกการโอนที่เสร็จแล้วไม่ได้ รวมถึงกรณีเมโมผิด

ลืมยืนยันตัวตนให้ครบบน Bitkub บัญชีใหม่ตั้งแต่ปี 2025 อาจถอนคริปโตไม่ได้จนกว่าจะยืนยันเพิ่ม ถ้าจะโอนไป Binance หรือกระเป๋าส่วนตัว ทำให้เสร็จก่อน

ใช้แพลตฟอร์มต่างชาติที่ไม่มีใบอนุญาต ในไทย Bybit, OKX และอีกหลายแห่งถูกปิดกั้นตั้งแต่ปี 2025 และกำไรจากแพลตฟอร์มนอกระบบไม่ได้สิทธิยกเว้นภาษี ในญี่ปุ่น FSA ส่งหนังสือเตือน Binance (เว็บไซต์ระดับโลก), Bybit, MEXC, Bitget, KuCoin และ LBank รวมถึงอีกหลายราย Binance Japan เป็นบริษัทที่จดทะเบียนแยกต่างหาก

โทเคนปลอมและคนแอบอ้างช่วยเหลือ โทเคนขยะที่ตั้งชื่อว่า “IOST” มีทั้งบน L1 และ BNB Chain บน BNB Chain ให้เช็กที่อยู่สัญญา บน L1 ให้เช็กว่าคุณถือโทเคน iost ตัวจริง ไม่มีใครที่ถูกต้องจะทักแชตมา “ช่วย” ซื้อหรือช่วยเคลมแอร์ดรอป

โอนเหรียญช่วงปิดปรับปรุง ยอดฝากที่ส่งเข้าไปตอนศูนย์ปิดเครือข่าย IOST อาจค้างอยู่หลายวัน เช็กหน้าประกาศของศูนย์ก่อน โดยเฉพาะช่วงอัปเกรดอย่าง v4.0.0

ทำสิ่งเหล่านี้ให้ถูก การซื้อ IOST ก็เป็นเรื่องธรรมดา ศูนย์ที่มีใบอนุญาต บัญชีที่เติมเงินแล้ว คำสั่ง Limit และการถอนอย่างระวัง ถ้าอยากได้ตัวช่วยเลือกศูนย์ เริ่มที่ตารางเปรียบเทียบศูนย์ซื้อขาย

คำถามที่พบบ่อย

ซื้อเหรียญ IOST ที่ไหนดี

คนไทยซื้อได้ตรงที่สุดผ่าน Bitkub คู่ IOST/THB ซึ่งเป็นศูนย์ซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ส่วน Binance TH มีแต่คู่คริปโต ในต่างประเทศ IOST มีในศูนย์ที่กำกับดูแลในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย และในตลาดของศูนย์ระดับโลกอย่าง Binance หรือ OKX ก่อนสมัครควรเช็กว่าศูนย์นั้นให้บริการคนในประเทศคุณได้ถูกกฎหมาย

ซื้อ IOST ใน Bitkub ขั้นต่ำเท่าไหร่

ตลาด IOST/THB ของ Bitkub กำหนดคำสั่งซื้อขั้นต่ำ 10 บาท ตามข้อมูล API ของศูนย์ ค่าธรรมเนียมเทรดตามหน้าค่าธรรมเนียมคือ 0.25% เท่ากันทั้ง maker และ taker ศูนย์อื่นตั้งขั้นต่ำของตัวเอง ดูได้ที่หน้าจอสั่งซื้อ

ซื้อ IOST ด้วยบัตรเครดิตได้ไหม

แทบไม่มีที่ไหนขาย IOST ให้จ่ายด้วยบัตรโดยตรง วิธีที่คนใช้กันคือซื้อคริปโตด้วยบัตรบนศูนย์ทั่วไป ส่งไปยังศูนย์ที่มี IOST แล้วซื้อที่นั่น สำหรับคนไทย การฝากเงินบาทผ่าน PromptPay เข้า Bitkub มักถูกกว่า เพราะไม่มีค่าธรรมเนียมบัตรและค่าแปลงสกุลเงิน

ขาย IOST แล้วถอนเงินเข้าบัญชีธนาคารยังไง

ย้าย IOST กลับเข้าศูนย์ในประเทศที่มีคู่เงินบาท ขายบนกระดานเทรด แล้วถอนเงินบาทเข้าบัญชีธนาคารไทยที่เป็นชื่อของคุณเอง มีรายงานว่า Bitkub คิดค่าถอนเงินบาทประมาณ 20 บาท และเก็บหลักฐานการซื้อขายไว้ทุกครั้งเผื่อใช้ยื่นภาษี

ซื้อ IOST บน Coinbase ได้ไหม

เราไม่พบตลาด IOST ของ Coinbase ในข้อมูล ticker ที่ใช้ทำรีเสิร์ช และรายการของ Coinbase Japan ในทะเบียน FSA ญี่ปุ่นก็ไม่มี IOST ให้ใช้ศูนย์ที่มี IOST จริง เช่น Bitkub, Upbit, Coincheck หรือ Binance

ชาวต่างชาติที่อยู่ในไทยเปิดบัญชี Bitkub ซื้อ IOST ได้ไหม

ได้ แต่เอกสารมากกว่าคนไทย ต้องใช้พาสปอร์ตที่เหลืออายุเกิน 3 เดือน คู่กับเอกสารพำนักในไทย เช่น บัตร ท.ร.13 ใบอนุญาตทำงาน หรือวีซ่า Non-immigrant หรือ Smart visa และการถอนเงินบาทต้องใช้บัญชีธนาคารไทยชื่อตัวเอง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. ก.ล.ต. — ตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต · ทะเบียนหน่วยงานกำกับ
  2. Bitkub — รายการคู่เทรด (IOST_THB) · API ของศูนย์ซื้อขาย
  3. Bitkub — ค่าธรรมเนียมการซื้อขายคริปโต · หน้าค่าธรรมเนียมของศูนย์
  4. FSA ญี่ปุ่น — ทะเบียนผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์คริปโต (รายการเหรียญ) · ทะเบียนหน่วยงานกำกับ
  5. Coincheck — ค่าธรรมเนียมกระดานเทรด (取引所) · หน้าค่าธรรมเนียมของศูนย์
  6. Upbit — รายการตลาด KRW-IOST และ BTC-IOST · API ของศูนย์ซื้อขาย
  7. CFX — รายชื่อสินทรัพย์คริปโตที่ซื้อขายได้ในอินโดนีเซีย (IOST) · รายชื่อสินทรัพย์ทางการ
  8. IOST developer docs — คู่มือสำหรับศูนย์ซื้อขาย (การฝากด้วยเมโม) · เอกสารทางการ
iost.asia

พร้อมลุยด่านแรกหรือยัง

หลายเส้นทางสู่ IOST เริ่มจาก stablecoin เตรียมคริปโต ให้พร้อมก่อน แล้วค่อยเดินตามภารกิจด้านบน

  • ซื้อคริปโตด้วยบัตร
  • สวอปเป็น IOST บนกระดานที่ลิสต์เหรียญ
  • เก็บ IOST ในกระเป๋าที่คุณถือคีย์เอง
ลุยภารกิจแรก

อายุ 18 ปีขึ้นไป คริปโตมีความผันผวนสูง ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

CEX.IO ไม่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย การซื้อขายบนศูนย์ซื้อขายที่ได้รับอนุญาต เช่น Bitkub อาจได้สิทธิ์ยกเว้นภาษีกำไรจากการขาย แต่การซื้อขายบนแพลตฟอร์มอื่นไม่ได้สิทธิ์นี้